UPDATE แล้วนะ !! แนวทางการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เป็นอย่างไรมาดูกัน

04 Aug 2026

เมื่อบาดเจ็บแล้วควรทำอย่างไร

แนวทางการดูแลอาการบาดเจ็บจากการวิ่งมีทั้งการดูแลตนเองเบื้องต้นและการพบผู้เชี่ยวชาญ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ

ช่วง 1–3 วันแรกหลังบาดเจ็บ:  PEACE

วงการเวชศาสตร์การกีฬาได้ปรับปรุงแนวทางจาก RICE (Rest, Ice, Compression, Elevation) แบบดั้งเดิม มาเป็นหลักการที่ครอบคลุมกว่าคือ PEACE & LOVE ซึ่งเสนอโดย Dubois และ Esculier ในวารสาร British Journal of Sports Medicine ปี 2020 โดยในช่วง 1–3 วันแรกให้ยึดหลัก PEACE:

  • P – Protect (ปกป้อง): จำกัดการเคลื่อนไหวหรือลดน้ำหนักลงบนบริเวณบาดเจ็บชั่วคราว เพื่อลดความเสียหายเพิ่มเติม แต่ไม่ได้หมายถึงการหยุดนิ่งสนิทเป็นเวลานาน
  • E – Elevate (ยกสูง): ยกบริเวณที่บาดเจ็บให้สูงกว่าระดับหัวใจเพื่อลดบวม
  • A – Avoid anti-inflammatories (หลีกเลี่ยงยาต้านการอักเสบและน้ำแข็ง): แนวคิดใหม่ชี้ว่าการอักเสบเป็นกระบวนการซ่อมแซมตามธรรมชาติของร่างกาย การใช้ยาต้านการอักเสบหรือประคบเย็นมากเกินไปในระยะแรกอาจไปขัดขวางกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
  • C – Compress (กดรัด): ใช้ผ้าพันหรือเทปพันเพื่อลดบวม โดยไม่บีบแน่นจนขัดขวางการเคลื่อนไหว
  • E – Educate (ให้ความรู้): ทำความเข้าใจธรรมชาติของการบาดเจ็บ หลีกเลี่ยงการพึ่งพาการรักษาแบบ passive มากเกินไป และตั้งความคาดหวังที่สมเหตุสมผลต่อระยะเวลาฟื้นตัว

หลังพ้นช่วงเฉียบพลัน (ภายหลังวันที่ 3 เป็นต้นไป): LOVE

เมื่อพ้นระยะอักเสบเฉียบพลันแล้ว ให้เข้าสู่ระยะฟื้นฟูตามหลัก LOVE:

  • L – Load: ค่อย ๆ กลับมาใช้งานและลงน้ำหนักบนเนื้อเยื่อที่บาดเจ็บอย่างเป็นระบบ เพื่อกระตุ้นการซ่อมแซมและสร้างความแข็งแรง
  • O – Optimism: ทัศนคติเชิงบวกมีผลต่อผลลัพธ์การฟื้นตัว ความกังวลหรือความกลัวการเคลื่อนไหวมากเกินไปอาจทำให้ฟื้นตัวช้าลง
  • V – Vascularisation: การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอเบา ๆ ที่ไม่กระทบบริเวณบาดเจ็บ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดและสนับสนุนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
  • E – Exercise: โปรแกรมกายภาพบำบัดเฉพาะบุคคลเพื่อฟื้นฟูพิสัยการเคลื่อนไหว ความแข็งแรง และการทรงตัว

เมื่อไรควรพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดกันนะ ?

หากเรายังคงมีอาการเหล่านี้

  • ปวดต่อเนื่องแม้ขณะพัก หรือปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ
  • มีอาการบวม แดง ร้อนชัดเจน หรือลงน้ำหนักไม่ได้
  • สงสัยกระดูกล้า (ปวดเฉพาะจุด ปวดตอนกลางคืน) ซึ่งจำเป็นต้องเอกซเรย์หรือ MRI เพื่อแยกจาก shin splints
  • อาการไม่ดีขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์แม้ดูแลตัวเองตามหลัก PEACE & LOVE แล้ว

นักกายภาพบำบัดหรือแพทย์เฉพาะทางจะช่วยประเมินสาเหตุที่แท้จริง เช่น ความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อ รูปแบบการลงเท้า หรือความผิดปกติทางชีวกลศาสตร์การเคลื่อนไหวเพื่อหาสาเหตุต่อไปนั่นเอง 


← กลับไปหน้าบทความ